22/06/2021

Filmsheets

เว็บรีวิวหนัง

เริ่มกันที่ตัวทอนย่านั้น สปอร์ตไลท์จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก มาร์โกต์ ร็อบบี้ ที่ใครหลายต่อหลายคนอาจติดภาพสาวแสบจาก Suicide Squad ซึ่งมาคราวนี้เธอพลิกมารับบทหนักกับการแบกแคแร็คเตอร์ร้าย ๆ ที่มีปมมากมายมาจากวัยเด็ก กับคุณแม่ลาโวน่า (อัลลิสัน เจนนีย์) ที่มีวิธีการเลี้ยงดูทอนย่าในแบบที่แตกต่างจากคนปกติทั่วไปทำกัน ภายใต้ความรักความหวังดีที่ไม่แสดงออก เธอเป็นแม่ที่พยายามสร้างทอนย่าให้กลายเป็นนักสเก็ตซ์น้ำแข็งที่เก่งที่สุด

I, TONYA ให้เราได้เข้าไปทำความรู้จักกับตัวของ ทอนย่า ฮาร์ดิ้ง ตั้งแต่วัยเด็กจวบจนเติบโตมาเป็นนักสเก็ตน้ำแข็งติดทีมชาติไปแข่งโอลิมปิกจนประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงและคนรักมากมาย ไปจนถึงเรื่องราวอื้อฉาวระหว่างเธอกับ แนนซี เคอร์ริแกน คู่แข่งคนสำคัญของเธอที่ครั้งหนึ่งเคยต้องแย่งชิงตำแหน่งเพื่อเป็นตัวแทนทีมชาติไปแข่งโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1994 ที่ในคราวนั้น ทอนย่า ผู้ซึ่งเติบโตมาด้วยการถูกกรอกหูให้แพ้ไม่เป็นนั้น วางแผนร่วมกับอดีตสามี (เซบาสเตียน สแตน) และบอดี้การ์ดเพื่อลอบทำร้าย แนนซี

ตัวหนังใช้วิธีการเล่าเรื่องด้วยการตัดสลับการสัมภาษณ์ตัวละครแต่ละตัวพร้อม ๆ กับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในแต่ละไทม์ไลน์ชีวิตช่วงนั้นของทอนย่า แน่นอนว่านอกเหนือจากพาร์ทดราม่าแล้ว ในส่วนของความเป็นคอเมดี้ก็ถือว่าทำได้ดีเหมือนกัน แม้ว่าความจริงนั้นจะดราม่าหรือโหดร้ายป่าเถื่อนเพียงใด แต่หนังก็เล่าออกมาให้ตลกร้ายแบบกลั้วหัวเราะได้ตลอด และที่สำคัญคือ บทบาทการแสดงของ มาร์โกต์ ร็อบบี้ และ อัลลิสัน เจนนีย์ ในเรื่องนี้นั้นเลอค่าพอที่จะได้รางวัลทั้งสาขานำแสดงหญิงและสมทบยอดเยี่ยมจริง ๆ

เมสเซจของหนังเรื่องนี้ถูกถ่ายทอดออกมาได้ทรงพลัง มันเป็นชีวิตพัง ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ผ่านยาแรงมามากมายตั้งแต่วัยเด็ก หล่อหลอมให้เติบโตเป็นคน ๆ หนึ่งที่ทั้งก้าวร้าวและขาดความอบอุ่น ขาดความรักที่ดีแบบพ่อแม่รังแกฉัน ทำให้เธอต้องพยายามวิ่งหามันอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ต้องพบกับความเจ็บปวดมากมาย แต่ถึงกระนั้น ทอนย่า ก็ไม่สนใจและก็ไปให้สุดกับทุกสิ่งที่เธอทำ เธอไม่ยอมให้โชคชะตา การถูกเลี้ยงง่อย ๆ ในวัยเด็กหรือคนรอบข้างที่ไม่หวังดีมามีอิทธิพลทำลายชีวิตที่เหลือของเธอได้

เราได้เห็นมุมที่หยาบกระด้างและอ่อนไหว และความจริงที่ว่าแม้เธอจะร้ายกาจแต่เธอก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่รักกีฬาสเก็ตซ์น้ำแข็งมากเท่าชีวิตเหมือนกัน ประกอบกับ มาร์โกต์ ร็อบบี้ ในคอสตูมแบบสาวยุค 90 นั้นดูลงตัวมาก เก็บรายละเอียดในช่วงเวลานั้นได้หมดจด ผมชอบที่ในช่วงเครดิตหนังนั้นหนังก็เอาเหตุการณ์จริง ตัวละครจริงมาเปรียบเทียบ มาแสดงให้เห็นว่า หนังเรื่องนี้มันเป็นเรื่องจริง จังหวะตบท้ายตรงนี้ชนะเลิศไปเลย

I, TONYA เป็นหนังโลกไม่สวย มันคือความจริงล้วน ๆ ที่ทุกคนล้วนมีความจริงเป็นของตัวเอง เมื่อโลกนี้ศาลไคฟงเป็นเหมือนเพียงนิยายปรัมปรา ผู้พิพากษาถูกผิดมันเป็นเพียงสิ่งสมมติ ความผิดชอบชั่วดีก็มีสภาพคล้าย ๆ กับจ่าเฉยตามสี่แยก ที่เราเห็นอยู่แว๊บ ๆ แถบหางตา แต่จะสนจะแคร์หรือเปล่านั่นอีกเรื่อง สุดท้ายแล้วไม่มีความจริงแท้ในการตัดสินใจของคนทุกคนบนโลก ทุกคนมีความจริงในแบบของตัวเอง และก็ต้องเจ็บปวดจากความจริงที่บิดเบี้ยวนั้นตามยถากรรม