28/11/2020

Filmsheets

เว็บรีวิวหนังจากเรื่องจริง

เรื่องราวที่มาของหนังเรื่องนี้ The King Speech สร้างจากเรื่องจริงของกษัตริย์อังกฤษ พระเจ้าจอร์จที่ 6 ที่มีอาการพูดติดอ่าง จนไม่สามารถพูดต่อหน้าผู้คนหมู่มากได้ แต่กลับต้องมาจำใจขึ้นครองราชทั้งที่ไม่ได้อยากเป็น โดยมีไลโอเนล ลอจ นักบำบัดอาการบกพร่องทางการพูดให้ความช่วยเหลือ

เรื่องมีอยู่ว่า
ราชวงศ์อังกฤษสมัยพระเจ้าจอร์จ 5 (แสดงโดย Michael Gambon) มีลูกชายที่จะขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปอยู่ 2 พระองค์คือ Edward Albert Christian George Andrew Patrick David หรือ Duke of Windsor (แสดงโดย Guy Pearce) ผู้พี่ (ซึ่งต่อมากลายเป็นกษัตริย์หลังจากพระบิดาสวรรคต ในพระนามว่า “พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8”) และ Albert Frederick Arthur George หรือ Duke of York (แสดงโดย Colin Firth) ผู้น้องที่ต่อมากลายเป็นกษัตริย์หลังจากที่ผู้พี่สละพระราชบัลลังก์ เพราะจะไปแต่งงานกับหญิงสาวที่เคยอย่ามาถึง 2 ครั้งอย่าง Wallis Simpson โดยเนื้อเรื่องทั้งหมดกล่าวถึงผู้น้องทั้งเรื่อง (ผู้น้องขึ้นเป็นกษัตริย์ในพระนามว่า “พระเจ้าจอร์จที่ 6”)

ผู้น้องมีปัญหาในการพูดติดอ่าง เป็นตั้งแต่อายุเด็กๆ เริ่มเรื่องมาก็มีฉากที่ต้องพูดต่อหน้าสาธารณชน ทำให้เป็นที่เรื่องลือกันถึงการพูดติดอ่างของพระองค์นี้ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับดยุคแห่งยอร์กเป็นอย่างมาก จน Elizabeth Angela Marguerite Bowes-Lyon หรือ Duchess of York (แสดงโดย Helena Bonham Carter) ภรรยาของดยุค (ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น Queen Elizabeth I) ได้ตระเวนไปหาทางรักษา พบหมอคนแล้วคนเล่าก็ยังไม่หาย จนมาพบหมอ Lionel Logue (แสดงโดย Geoffrey Rush) ซึ่งภายหลังมีการสืบประวัติจนทราบว่าไม่ได้เป็นหมอจริง แต่เป็นนักแสดงที่สามา่รถรักษาการพูดได้

จากครั้งแรกที่ดยุคไปพบหมอโล้ก (Logue) และหมอชี้ทางให้เห็นว่าดยุคพูดได้อย่างปกติโดยการพูดที่ไม่ได้ยินเสียงตัวเอง เนื่องด้วยสวมหูฟังที่มีเสียงเพลงกลบเสียงพูด แต่ดยุคไม่รู้ว่าตัวเองพูดได้เป็นปกติ แต่กลับเห็นว่าการทำอย่างนี้ไม่มีประโยชน์ จึงกลับไปพร้อมกับแ่ผ่นเสียงที่หมออัดไว้ขณะดยุคพูด หลังจากที่ดยุคได้เอาแผ่นเสียงแผ่นนั้นมาเปิดฟัง ดยุคจึงมีการไปพบกับหมออีกหลายครั้ง และกลายเป็นเพื่อนกันในที่สุด โดยในการพูดต่อหน้าสาธารณะชนแต่ละครั้ง จะต้องมีหมอโล้กประกบด้วยตลอดเพื่อสร้างความมั่นใจ แม้หลังจากที่ดยุคได้ขึ้นเป็นพระเจ้าจอร์จที่ 6 แล้วก็มีหมอโล้กที่คอยช่วยเหลือทุกครั้ง แม้จะมีบางครั้งที่มีเรื่องทะเลาะกัน แต่ก็เป็นที่ดยุคที่มาง้อก่อน จนมาถึงการพูดต่อหน้าสาธารณะชนตอนจบของเรื่องที่ดยุคในฐานะพระเจ้าจอร์จที่ 6 พูดออกอากาศได้อย่างน่าชื่นชม โดยมีการเว้นช่วงเพื่อเืพื่อกลบการตะกุกตะกัก และทำให้ดูเคร่งขรึมจากคำแนะนำของหมอโล้ก

ข้อคิด
สำหรับหนังเรื่องนี้ก็มีข้อคิดนะคะ การไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ในเมื่อเราไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่ใครหลายคนเป็น แต่เราก็สามารถทำให้คนอีกหลายคนได้รู้ว่า เราก็ทำได้อย่างที่ท่านทำได้เหมือนกัน

สรุปคะแนน
หนังเรื่องถ่ายทอดออกมาได้ดีค่ะ สามารถ ร่วมลุ้นการเอาชนะอุปสรรคของตัวละครเอกได้ ดูไปแล้วก็สร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิต การดำเนินเรื่องก็ถือว่าไม่ซับซ้อนค่ะ

” โดยรวมให้คะแนน 9.0 ไปเลยค่ะ “