18/04/2021

Filmsheets

เว็บรีวิวหนัง

หนังเล่าเรื่องราวของ วลาดิสลอว์ สปิลมันน์ นักเปียโนมืออาชีพผู้มีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ หนังเล่าเรื่องราวจากความทรงจำของ วลาดิสลอว์ ซึ่งความเป็นจริงแล้วเขาเกิดในกรุงวอร์ซอ ประเทศโและโปแลนด์ อยู่ที่นั่นตลอดทั้งชีวิต แต่ในหนังที่เราเห็นนั้นกลับถ่ายทำที่ คราเคา ประเทศโปแลนด์เช่นกัน เหตุที่ต้องมาถ่ายทำที่คราเคาก็เพราะ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ฮิตเลอร์ได้ทำลายสลัมในวอร์ซอ และตึกรามบ้านช่องส่วนใหญ่ไปหมดแล้ว ผู้กำกับโรมันจึงเลือกใช้ย่านเมืองเก่าในคราเคาให้ดูเหมือนกรุงวอร์ซอให้ได้มากที่สุด โดยยึดต้นแบบจากภาพเขียนของ คานาเล็ตโต ศิลปินชาวอิตาเลียน ที่เขาเขียนภาพทิวทัศน์บรรยากาศในกรุงวอร์ซอไว้เป็นจำนวนมาก

เป็นเรื่องที่เราอยากดูมากจนพยายามหาซื้อแผ่น คือเราชอบหนังดนตรีอ่ะส่วนหนึ่งและแน่นอนว่าเราชอบหนังสงครามโลกมากๆ555 มันเป็น perfect combination ที่ควรหามาดูสำหรับเรายิ่งได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมการันตีแล้วด้วยยิ่งไม่ควรพลาด

ก็เรื่องย่อหนังสงครามโลกก็ไม่มีอะไรเนอะ ตัวของเอเดรียนเป็นนักเปียโน ซึ่งมันจะสื่อเป็นนัยๆแหละว่าถึงจะเป็นคนละเชื้อชาติแต่เปียโนก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คนทั้งโลกเข้าใจได้ หนังเล่าเรื่องตั้งแต่สงครามยังไม่ได้โหดร้าย ในภาพความคิดพวกเราพอพูดถึงสงครามอาจนึกถึงแต่ทหารสู้รบแขนขาเหวอะหวะตายกันเกลื่อนอะไรอย่างงี้ แต่อันนี้ตอนแรกก็แค่โฟกัสไปที่ครอบครัวที่ก็ใช้ชีวิตปกติแหละ อาจจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง แต่ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น แค่มีคนมาคอยตรวจ และต้องดิ้นรนหาวิธีการใช้เงินก้อนสุดท้าย คือมันก็กดดันแหละ แต่ไม่ใช่แบบในทางสู้รบฆ่าฟัน

[​IMG]

​ทีนี้ก็อย่างที่ทุกคนรู้ว่ามันเริ่มมีการกวาดล้าง ทุกคนก็ต้องเริ่มหนีละ หนังเงียบมากนะสำหรับเรา แต่มันเงียบแบบกรีดอารมณ์อ่ะ ถึงไม่มีบทพูดฉากฆ่าฟันแต่ภาพหลายๆอย่างมันน่ากลัวนะ ลองนึกสภาพว่าเราไม่รู้ว่าจะโดนจับไปทำอะไรบ้าง หรือรู้ว่ายังไงก็ต้องตายอยู่ดี ยิ่งฉากที่แม่ลูกอ่อนปิดปากเสียงลูกไม่ให้เล็ดลอดจนถูกจับได้จนลูกขาดอากาศหายใจตายนะ โอ๊ยยย มันไม่ได้ฉายภาพ แต่แค่พูดบรรยายเรื่อยเปื่อยไม่ได้ใส่อารมณ์แต่มันจึ้กน่าดูเลย

คือเอเดรียนไม่เหลือใครแล้ว เขาต้องดิ้นรนหลังจากนั้นเองโดยได้รับความช่วยเหลือจากหลายๆคน คือไม่ได้สุขสบายนะ ไปไหนไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ เป็นโรคนู่นโรคนี่แล้วก็ไม่รู้ว่าครอบครัวที่เหลือเป็นยังไงกันบ้าง คือเราก็พอสัมผัสได้แหละว่าเขาเศร้าแต่เขาก็ยังต้องดิ้นรน

หนังไม่ได้มีฉากไหนดีเป็นพิเศษแต่เราดูจบแล้วเราไม่ได้หดหู่หนักแต่หนังเรื่องนี้ให้ความหวังหลายๆอย่างมากกว่า หนังน่าเบื่อหน่อยแต่เราให้คะแนนเพราะบทสรุปและโดยรวมของหนังที่มันทิ้งอะไรไว้เยอะให้เราได้คิด ทิ้งหลายอย่างให้เราได้รู้สึก ที่สำคัญภาพของเรื่องนี้ทรงพลังมาก