28/11/2020

Filmsheets

เว็บรีวิวหนังจากเรื่องจริง

รีวิว UNBROKEN คนแกร่งหัวใจไม่ยอมแพ้

UNBROKEN มีชื่อภาษาไทยว่า คนแกร่งหัวใจไม่ยอมแพ้ เป็นผลงานภาพยนตร์ของแองเจลิน่า โจลี่ ว่าด้วยเรื่องชีวิตซวยบัดซบ สมควรหยิบมาสร้างหนังของ หลุยส์ แซมเพอรินี นักกีฬาโอลิมปิคแข่งวิ่งมาราธอนเชื้อสายอิตาลี หลุยส์โดนเกณฑ์ไปเป็นทหารใน ปี1941 ได้ทำหน้าที่เป็นพลทิ้งระเบิด เครื่องบินทิ้งระเบิดB24ที่เขาประจำการตกกลางทะเลในปี1943 ลอยแพอยู่ 47 วัน เรือรบญี่ปุ่นมาเจอช่วยชีวิตไว้ แต่ก็กลายเป็นเชลยศึกในแคมป์ โดนทำงานและทรมานภายในแคมป์อยู่หลายเดือนจนกระทั่งอเมริกาชนะสงคราม

เรื่องมีอยู่ว่า
หลุยส์ แซมเพอรินี นักกีฬาโอลิมปิคแข่งวิ่งมาราธอนเชื้อสายอิตาลี หลุยส์โดนเกณฑ์ไปเป็นทหารใน ปี 1941 ได้ทำหน้าที่เป็นพลทิ้งระเบิด เครื่องบินทิ้งระเบิดB24ที่เขาประจำการตกกลางทะเลในปี 1943 ลอยแพอยู่ 47 วัน เรือรบญี่ปุ่นมาเจอช่วยชีวิตไว้ แต่ก็กลายเป็นเชลยศึกในแคมป์ โดนทำงานและทรมานภายในแคมป์อยู่หลายเดือนจนกระทั่งอเมริกาชนะสงคราม

รางวัล
UNBROKEN ได้รับรางวัล OSCARS 2015 ถึง 3 สาขา ดังนี้
– Best sound mixing
– Best sound editin
– Best cinematography

สรุปคะแนน
หนังเชลยสงครามนี่จะเป็นหนังที่เต็มไปด้วยความหดหู่ ดูแล้วค่อนข้างเครียดไปกับการรับรู้ด้านโหดร้ายของสงคราม ความทุกข์ทรมานของเชลยศึกที่โดนปฎิบัติอย่างไร้ศีลธรรม ทั้งการกินการอยู่ หนังจะกดดันความรู้สึกคนดูมากๆ แล้วไปปลดปล่อยแรงๆ ในไคลแมกซ์สุดท้าย เมื่อตัวเอกของเรื่องได้รับอิสรภาพ เราจะรู้สึกดีใจไปกับตัวละครด้วย นั่นคือความรู้สึกร่วมที่หนังประเภทนี้ควรมี แต่โจลี่ ยังไม่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมตรงนี้ขึ้นมาได้ หนังมีองค์ประกอบที่สมบูรณ์พร้อมแล้วทั้งงานด้านภาพ เสียง และบท ที่ได้ระดับมือพระกาฬในวงการมาร่วมงานทั้งนั้น โรเจอร์ ดีคิน มือถ่ายภาพ 12 ออสการ์ เขียนบทโดยพี่น้องโคเอ็น 4 ออสการ์จาก fargo และ no country for oldmen และ อเล็กซอนด์ เดสแพลท เข้าชิง 8 ออสการ์มาทำดนตรีประกอบให้ แต่ โจลี่ ก็ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากงานภาพ เสียง และบท ได้อย่างสัมฤทธิ์ผลนัก มองเห็นว่าหลายๆ ฉาก อย่างฉากไคลแมกซ์ที่ หลุยส์ ยกท่อนไม้ชูขึ้นเหนือหัวและกรีดร้อง ถูกนำมาใช้ในโปสเตอร์และตัวอย่างหนัง เป็นฉากที่เหมือนกับการประกาศชัยชนะความกล้าแข็งไม่ยอมแพ้แม้จะถูกรังแกจากผู้คุมญี่ปุ่นเป็นที่มาของชื่อเรื่องนั่นเอง ขณะถ่ายทำฉากนี้ มิยาวี อินกับบทของเขามากถึงกับอาเจียนออกมา แต่อารมณ์ที่ถ่ายทอดออกมาบนจอนั้นกลับไม่ถึงไหน ผมเองรู้สึกเฉยๆ มาก หรือฉากที่ หลุยส์ ได้กลับมาสวมเครื่องแบบเต็มยศได้กลับมาเหยียบแผ่นดินบ้านเกิดอีกครั้ง ก็ถูกเล่าแบบผ่านๆ ไม่ได้เน้นเร้าอารมณ์แต่อย่างใด ทั้งๆที่เป็นอีกฉากที่น่าจะหยิบมาเล่นกับอารมณ์คนดูได้ หลังจากร่วมวิบากกรรมกับหลุยส์ มาถึง 2 ชั่วโมงแล้ว ชัดเจนว่าถ้า UNBROKEN อยู่มือผู้กำกับที่เชี่ยวกว่านี้ กับเรื่องราวบีบคั้นขนาดนี้สมควรที่จะเป็นหนังที่คนดูจะได้เสียน้ำตากันบ้างละ เรื่องนี้ ให้คะแนน 9.5 ไปเลยค่ะ

ปล.ปัจจุบันหลุยส์ แซมเพอรินี ได้เสียชีวิตลงในเดือน กรกฏาคม 2014 ดีใจที่ว่าก่อนเขาเสียชีวิตเขาได้ดู UNBROKEN เวอร์ชั่นตัดต่อหยาบๆ ที่แองเจลิน่า โจลี่ เอาไปเปิดบนแล็ปทอปให้ดูที่โรงพยาบาล